2
หลอดไฟฟ้า
หลอดไฟฟ้าที่มีใช้กันอยู่มีหลายชนิดด้วยกัน
หลอดแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติทางแสงและทางไฟฟ้าต่างกัน
ในการเลือกหลอดเพื่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ต้องเลือกหลอดที่มีประสิทธิผล (ลูเมนต่อวัตต์) สูง อายุการใช้งานนาน และคุณสมบัติทางแสงของหลอดด้วย
แต่งานบางอย่างก็ต้องเลือกใช้หลอดที่ไม่ประหยัดพลังงาน
ฉะนั้นการนำหลอดไปใช้งานต้องพิจารณาความเหมาะสมในการนำไปใช้
2.1 ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกหลอดไฟฟ้า
การเลือกใช้หลอดไฟฟ้าเพื่อใช้งานต้องพิจารณาหลายๆองค์ประกอบร่วมกันก่อนที่จะนำไปใช้งาน
2.1.1 ค่าฟลั๊กซ์การส่องสว่าง (Luminous flux)
หมายถึง ปริมาณแสงสว่าง หน่วยเป็นลูเมน
2.1.2 ค่าประสิทธิผล (Efficacy)
หมายถึง ปริมาณแสงที่ออกมาต่อวัตต์ที่ใช้ (ลูเมนต่อวัตต์) หลอดที่มีค่าประสิทธิผลสูงหมายความว่าหลอดนี้ให้ปริมาณแสงออกมามากแต่ใช้วัตต์ต่ำ
2.1.3 ความถูกต้องของสี (Color rendering)
หมายถึง สีที่ส่องไปถูกวัตถุให้ความถูกต้องสีมากน้อยเพียงใด มีหน่วยเป็น
เปอร์เซนต์ หลอดที่มีค่าความถูกต้อง 100% หมายความว่าเมื่อใช้หลอดนี้ส่องวัตถุชนิดหนึ่งแล้วสีของวัตถุที่เห็นไม่มีความเพี้ยนของสี
2.1.4 อุณหภูมิสี (Color temperature)
หมายถึง
สีของหลอดเทียบได้กับสีที่เกิดเนื่องจากการเผาวัตถุดำอุดมคติให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น
เช่น หลอดอินแคนเดสเซนต์มีอุณหภูมิสีประมาณ 3000 องศาเคลวิน
2.1.5
มุมองศาในการใช้งานหลอด (Burning position)
หมายถึง มุมองศาในการใช้งานหลอด สำหรับการติดตั้งหลอดตามคำแนะนำของผู้ผลิต
2.1.6 อายุการใช้งาน (Life time)
หมายถึงอายุการใช้งานของหลอดโดยเฉลี่ยของหลอด
หน่วยเป็นชั่วโมง
2.2 หลอดอินแคนเดสเซนต์
หลอดอินแคนเดสเซนต์เป็นหลอดที่ไม่ประหยัดพลังงาน การใช้หลอดประเภทนี้ใช้เฉพาะในพื้นที่ที่ต้องการวัตถุประสงค์ทางด้านความสวยงาม แสงสี หรือ กรณีที่ต้องการเน้นโดยที่หลอดอื่นทำไม่ได้ สามารถหรี่ไฟได้โดยง่าย ราคาถูก และจุดติดทันที
ก) ถ้าจำเป็นต้องใช้หลอดประเภทนี้หลอดฮาโลเจนเป็นหลอดที่ประหยัดที่สุดในตระกูลนี้
แต่ก็ยังถือว่าเป็นหลอดไม่ประหยัดพลังงานเมื่อเทียบกับหลอดชนิดอื่นๆ
ข) กรณีที่จำเป็นต้องใช้หลอดอินแคนเดสเซนต์
เราสามารถยืดอายุการใช้งานของหลอดได้โดยใช้สวิตช์หรี่ไฟ สำหรับหลอดฮาโลเจน การหรี่ไฟอาจทำให้อายุการใช้งานสั้น
ค)
หลอดฮาโลเจนประหยัดกว่าหลอดอินแคนเดสเซนต์ทั่วไป
และมีอายุการใช้งานนานกว่าประมาณ 2-3 เท่า
ง) ในการติดตั้งหลอดฮาโลเจน
หากมือไปสัมผัสด้านในทำให้หลอดมีอายุการใช้งานสั้น
ถ้าเผลอไปจับถูกตัวหลอดให้ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์
จ) หากหลีกเลี่ยงได้
ไม่ควรใช้หลอดอินแคนเดสเซนต์หรือหลอดฮาโลเจนในการให้แสงสว่างมากนัก
เนื่องจากค่าประสิทธิภาพผล (ลูเมนต่อวัตต์)
ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมาก
ฉ)
หลอดประเภทนี้ใช้กับงานส่องเน้น
ซึ่งสามารถให้แสงเป็นวงหรือจุดได้ซึ่งหลอดประเภทอื่นให้ไม่ได้
ช) หลอดประเภทนี้มีข้อดีกว่าหลอดประเภทอื่นในเรื่องการติดทันทีเมื่อป้อนไฟฟ้า
และเมื่อแรงดันต่ำก็ยังให้แสงสว่างได้ แต่ปริมาณแสงอาจลดลง เหมาะสำหรับงานแสงสว่างฉุกเฉินที่มีสภาพการจ่ายไฟไม่ดี
ซ)
การใช้สวิตช์หรี่ไฟ
ให้ระวังเรื่องของฮาร์มอนิกที่อาจจะไปรบกวนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
และมีเสียงฮัมที่สวิตช์หรี่ไฟ
ตาราง 2.1 คุณสมบัติโดยประมาณของหลอดชนิดต่างๆ
ชนิดของหลอดไฟ
|
|
คุณสมบัติของหลอด |
|||||
|
ช่วงกำลังที่มี (วัตต์) |
ปริมาณแสงที่ให้ (ลูเมน, lm) |
ความเข้มการส่องสว่าง (แคนเดลา, Cd) |
ประสิทธิภาพของการส่องสว่าง (ลูเมน/วัตต์, lm/W) |
อุณหภูมิสี (เคลวิน, K) |
ดัชนีความถูกต้องของสี |
อายุการใช้งาน (ชั่วโมง) |
|
|
1. หลอดอินแคนเดสเซนต์ #
หลอดไส้ธรรมดา |
15 - 200 |
90 - 3,150 |
|
5 - 12 |
2,500 - 2,700 |
100 |
1,000 |
|
#
หลอดไส้ฟลักซ์การส่องสว่างสูง - ชนิดมีตัวสะท้อนแสง |
25 - 300 |
210 - 1,300 |
180 - 40,000 |
8 - 13 |
2,500 |
100 |
1,000 |
|
# หลอดไส้ทังสเตน-ฮาโลเจน - แรงดันปกติ - แรงดันต่ำ |
40 - 2,000 5 - 150 |
490 - 44,000 60 - 3,200 |
300 - 48,000 (เฉพาะที่มีตัวสะท้อนแสง) |
12 - 22 12 - 22 |
2,800 3,000 |
|
1,500 - 3,000 2,000 - 3,000 |
|
2. หลอดปล่อยประจุความดันไอต่ำ #
หลอดฟลูออเรสเซนต์ธรรมดา - ชนิดตรง (T8) - ชนิดกลม (T9) |
10 - 58 22 - 40 |
450 - 4,600 1,350 - 2,800 |
|
45 - 80 60 - 70 |
2,700 - 6,500 2,700 - 6,500 |
60 - 80 60 - 80 |
8,000 - 10,000 5,000 - 8,000 |
|
#
หลอดฟลูออเรสเซนต์ฟลักซ์การส่องสว่างสูง - ชนิดตรง (T8) - ชนิดตรง (T5) |
18 - 58 14 - 54 |
1,300 - 5,200 1,300 - 5,200 |
|
73 - 93 90 - 93 |
2,700 - 6,500 2,700 - 6,500 |
80 - 90 80 - 90 |
8,000 - 10,000 10,000 - 12,000 |
|
#
หลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์ - ชนิดมีบัลลาสต์อิเล็คทรอนิกส์ในตัว - ชนิดมีบัลลาสต์แกนเหล็กในตัว - ชนิดไม่มีบัลลาสต์ในตัว |
5 - 23 9 - 25 5 - 55 |
200 - 1,500 350 - 1,200 250 - 3,200 |
|
40 - 65 35 - 50 40 - 80 |
2,700 - 6,500 2,700 - 6,500 2,700 - 6,500 |
80 - 90 80 - 90 80 - 90 |
7,500 - 10,000 7,500 - 10,000 7,500 - 10,000 |
|
#
หลอดโซเดียมความดันไอต่ำ |
18 - 180 |
1,800 - 32,000 |
|
100 - 180 |
2,000 |
0 - 20 |
22,000 - 24,000 |
|
3. หลอดปล่อยประจุความดันไอสูง #
หลอดไอปรอมแบบใช้บัลลาสต์ #
หลอดไอปรอทแบบไม่ใช้บัลลาสต์ |
50 - 1,000 80 - 160 |
1,800 - 58,000 |
|
30 60 |
3,000 - 4,200 |
40 - 60 |
20,000 - 24,000 |
|
#
หลอดโซเดียมความดันไอสูง |
35 - 1,000 |
2,400 - 130,000 |
|
70 - 130 |
2,000 - 2,200 |
30 - 50 |
18,000 - 24,000 |
|
# หลอดเมทัลฮาไลด์ |
35 - 2,000 |
2,400 - 240,000 |
|
60 - 120 |
2,900 - 6,000 |
60 - 90 |
8,000 - 15,000 |
หมายเหตุ 1. กรณีที่เลือกใช้หลอดของผลิตภัณฑ่ใดให้ยึดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้นเป็นเกณฑ์
2. อายุการใช้งานในตาราง
หมายถึง อายุการใช้งานที่กำหนดวิธีการทดสอบตามมาตรฐาน มอก. หรือ IEC
ตาราง 2.2 การเลือกใช้งานหลอดแบบต่างๆ
|
ชนิดของหลอดไฟ |
ลักษณะการใช้งานที่นิยมโดยทั่วไป |
|||||||||||
|
ให้แสงสว่างในบ้านพักอาศัย |
ให้แสงสว่างในห้องสำนักงาน |
ให้แสงสว่างฉายภายในอาคารสูง, โรงงาน |
ให้แสงสว่าง ภายนอกอาคาร |
ให้แสงสว่างไฟถนน |
ให้แสงสว่าง ตกแต่ง ประดับ |
ไปส่องอาคารส่องวัตถุสูง |
ไฟส่องในระยะไกล |
ไฟส่องสินค้าห้องแสดงสินค้า |
ไฟแสงสว่างในห้องอาหาร |
ไฟส่องสว่างในสนามกีฬา |
ไฟส่องสว่างในที่สาธารณะ |
|
|
1. หลอดอินแคนเดสเซนต์ #
หลอดไส้ธรรมดา |
¡ |
|
|
|
|
¡ |
|
|
¡ |
¡ |
|
|
|
#
หลอดไส้ฟลักซ์การส่องสว่างสูง - ชนิดมีตัวสะท้อนแสง |
¡ |
¡ |
|
|
|
|
|
|
¡ |
¡ |
|
|
|
#
หลอดไส้ทังสเตน-ฮาโลเจน - แรงดันปกติ - แรงดันต่ำ |
¡ |
|
|
|
|
|
|
¡ |
¡ |
¡ |
|
|
|
2. หลอดปล่อยประจุความดันไอต่ำ #
หลอดฟลูออเรสเซนต์ธรรมดา - ชนิดตรง (T8) - ชนิดกลม (T9) |
¡ |
¡ |
¡ |
¡ |
¡ |
|
|
|
¡ |
¡ |
|
¡ |
|
#
หลอดฟลูออเรสเซนต์ฟลักซ์การส่องสว่างสูง - ชนิดตรง (T8) - ชนิดตรง (T5) |
¡ |
¡ |
¡ |
¡ |
¡ |
|
|
|
¡ |
¡ |
|
|
|
#
หลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์ - ชนิดมีบัลลาสต์อิเล็คทรอนิกส์ในตัว - ชนิดมีบัลลาสต์แกนเหล็กในตัว - ชนิดไม่มีบัลลาสต์ในตัว |
¡ |
¡ |
¡ |
¡ |
|
¡ |
|
|
|
¡ |
|
¡ |
|
#
หลอดโซเดียมความดันไอต่ำ |
|
|
¡ |
¡ |
¡ |
|
|
|
|
|
|
|
|
3. หลอดปล่อยประจุความดันไอสูง #
หลอดไอปรอมแบบใช้บัลลาสต์ #
หลอดไอปรอทแบบไม่ใช้บัลลาสต์ |
|
|
¡ |
¡ |
¡ |
|
|
|
|
|
|
¡ |
|
#
หลอดโซเดียมความดันไอสูง |
|
|
¡ |
¡ |
¡ |
|
¡ |
¡ |
|
|
¡ |
¡ |
|
#
หลอดเมทัลฮาไลด์ |
|
|
¡ |
¡ |
|
|
¡ |
¡ |
¡ |
|
¡ |
¡ |
2.3 หลอดปล่อยประจุความดันไอต่ำ
หลอดปล่อยประจุความดันไอต่ำมี
3 ชนิดคือ
หลอดฟลูออเรสเซนต์
หลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์ และหลอดโซเดียมความดันไอต่ำ
2.3.1 หลอดฟลูออเรสเซนต์
ก)
กรณีที่ใช้กับเพดานสูงเกินกว่า
5-7 เมตร
หลอดประเภทนี้ไม่เหมาะเพราะต้องใช้จำนวนโคมมาก หรืออายุการใช้งานไม่มากพอ
ทำให้ต้องเปลี่ยนหลอดบ่อย ต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องการบำรุงรักษามาก
ข)
ถ้าจำเป็นต้องใช้หลอดประเภทนี้ที่เพดานสูงเกินกว่า
7 เมตรเช่นที่ใช้ในหลืบ
เป็นต้น อาจใช้หลอดและวงจรแรปิดสตาร์ท(Rapid start) ซึ่งมีอายุการใช้งานประมาณ 20000 ชม. เมื่อเทียบกับหลอดอุ่นไส้(Preheat)ที่มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ย
8000-10000 ชม.
ค)
การใช้งานของหลอดฟลูออเรสเซนต์ควรเลือกสีหลอดใช้ให้ถูกต้องจะทำให้คุณภาพการให้แสงดีขึ้น
สีของหลอดฟลูออเรสเซนต์มีทั้งหลอด เดไลท์ (6500 K) คูลไวท์ (4200- 4500 K) และวอร์มไวท์ (2700-3000K)
ง)
งานที่ต้องการความส่องสว่างสูงกว่า
500 ลักซ์
ควรใช้หลอดเดไลท์
จ)
งานที่ต้องการความส่องสว่าง
300-500 ลักซ์
ควรใช้หลอดคูลไวท์
ฉ)
งานที่ต้องการความส่องสว่างต่ำกว่า
300 ลักซ์
ควรใช้หลอดวอร์มไวท์
ช)
ความส่องสว่างกับชนิดสีของหลอดที่แนะนำให้ใช้เป็นพื้นฐานเท่านั้น
บางครั้งอาจไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ดังกล่าว
เช่นพื้นที่ใกล้เคียงกันควรใช้หลอดที่มีสีเดียวกัน ตัวอย่างได้แก่
บริเวณงานเลี้ยงในโรงแรมที่ใช้หลอดอินแคนเดสเซนต์
และเมื่อเปิดประตูออกไปถึงอีกพื้นที่หนึ่งก็ควรใช้หลอดที่มีสีหลอดใกล้เคียงกัน
อาจใช้หลอดวอร์มไวท์ เป็นต้น
ซ)
หลอดฟลูออเรสเซนต์ทั่วไป
หรือฮาโลฟอตเฟตเมื่อใช้งานไปนาน จะมีปริมาณแสงลดลง15-20% ปัจจุบันมีหลอดฟลูออเรสเซนต์ฟลั๊กการส่องสว่างสูงได้แก่หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบไตรแบนด์
หรือไฟว์แบนด์ที่ให้ปริมาณแสงค่อนข้างคงที่
และมีสเปคตรัมสีดีกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ธรรมดา
ฌ)
ประสิทธิภาพของหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบต่างๆดังนี้
หลอดฟลูออเรสเซนต์ธรรมดา 45-80 ลูเมนต์ต่อวัตต์
หลอดฟลูออเรสเซนต์ฟลั๊กการส่องสว่างสูง 73-93 ลูเมนต์ต่อวัตต์
(ไตรแบนด์
หรือไฟว์แบนด์)
หลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์ 35-80 ลูเมนต์ต่อวัตต์
ญ) หลอดฟลูออเรสเซนต์มีฮาร์มอนิกส์มากน้อยขึ้นอยู่บัลลาสต์ที่ใช้ร่วมกับหลอด
ก) ใช้กับโคมไฟส่องลงในกรณีให้แสงทั่วไป ถือว่าประหยัดพลังงานแสงสว่างได้มากเมื่อเทียบกับการใช้หลอดอินแคนเดสเซนต์ในโคมไฟส่องลง
ข)
ใช้แทนหลอดอินแคนเดสเซนต์และฮาโลเจนได้กรณีที่เป็นทางด้านการส่องสว่างทั่วไป
ค) การเลือกใช้ชนิดสีของหลอดมีความสำคัญสำหรับงานแต่ละชนิด ถ้าเป็นความส่องสว่างต่ำก็ควรใช้หลอดที่มีอุณหภูมิสีต่ำ คือสีเหลือง หรือหลอดวอร์มไวท์ ถ้าเป็นความส่องสว่างสูงก็ควรใช้หลอดที่มีอุณหภูมิสีสูง เช่นหลอดคูลไวท์
ง) การเปลี่ยนหลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์แทนที่หลอดอินแคนเดสเซนต์ในโคมไฟส่องลงให้ระวังเรื่องการระบายความร้อน ซึ่งทำให้อายุการใช้งานของหลอดสั้นลงมากและระวังเรื่องแสงบาดตา
จ) บริเวณที่จำเป็นต้องปิดไฟไว้นานๆ เช่น ไฟรั้ว ไฟทางเดิน อาจใช้หลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งมีอายุการใช้งานนานกว่าหลอดอินแคนเดสเซนต์
ฉ) แบบที่มีบัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ในตัวจะมีฮาร์มอนิกส์สูง และในกรณีที่ต้องใช้หลอดจำนวนมากให้ระวังปัญหาเรื่องฮาร์มอนิก
ช) หลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์ที่ใช้ในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปหรือต่ำเกินไป ทำให้ปริมาณแสงสว่างจากหลอดลดลงมาก ดังนั้นถ้าใช้หลอดประเภทนี้ต้องพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะโคมที่มีการระบายอากาศไม่ดี เป็นต้น
2.3.3 หลอดโซเดียมความดันไอต่ำ
ก) ใช้กับงานที่ไม่ต้องการความถูกต้องสี เช่นไฟถนน งานส่องบริเวณ
ข) หลอดประเภทนี้มีประสิทธิผลสูงสุด เมื่อเทียบกับหลอดทุกชนิด
ค) ไม่ควรใช้กับงานที่ต้องการความถูกต้องสี เช่น บริเวณเบิกเงิน ATM เป็นต้น
ง) ไม่ควรใช้กับงานที่ต้องเปิดหลอดและสว่างทันที เช่น งานทางด้านความปลอดภัย
2.4
หลอดปล่อยประจุความดันไอสูง
หลอดปล่อยประจุความดันไอสูงมี
3 ชนิดคือ
หลอดโซเดียมความดันไอสูง
หลอดปรอทความดันไอสูง และหลอดเมทัลฮาไลด์ สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเลือกใช้หลอดประเภทนี้
ก) มุมองศาในการใช้งานหลอด
(Burning position) การใช้งานของหลอดต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตซึ่งจะระบุไว้ไม่เช่นนั้นจะมีผลต่อ
ประสิทธิผล และอายุการใช้งานของหลอด
ข)
แรงดันของแหล่งจ่ายไฟ
(Supply
voltage) ของหลอดประเภทนี้จะต้องไม่มากหรือน้อยเกินกว่า
5%
เพราะจะมีผลต่ออายุการใช้งานและอุณหภูมิสีของหลอด
ค)
อุปกรณ์ประกอบ
เช่น บัลลาสต์ อิกไนเตอร์วงจรการต่อต้องใช้ให้เหมาะสม มิฉะนั้นจะมีผลต่ออายุการใช้งานของหลอด
การจุดติด เป็นต้น
ง)
หลอดประเภทนี้ให้แสงสีที่ถูกต้องตามคุณลักษณะของหลอดหลังจากใช้งานไปแล้วประมาณไม่น้อยกว่า
100 ชม.
จ)
ไม่ควรใช้กับงานที่ต้องการการเปิดหลอดและสว่างทันที
เช่น ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน
2.4.1 หลอดปรอทความดันไอสูง
ก)
ใช้แทนหลอดฟลูออเรสเซนต์กรณีที่ใช้กับเพดานสูงๆ
ข)
ประสิทธิผลของหลอดประเภทนี้ต่ำที่สุดในตระกูลหลอดปล่อยประจุความดันไอสูง
ระบบที่ใช้หลอดนี้ถูกที่สุดในตระกูลหลอดปล่อยประจุความดันไอสูง
เหมาะสำหรับใช้กับงานประเภทโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป
แสงสว่างสาธารณะที่ต้องการความถูกต้องสี เช่น ไฟถนน ไฟสาธารณะ บริเวณร้านค้า
2.4.2 หลอดโซเดียมความดันไอสูง
ก)
ใช้กับงานที่ไม่พิถีพิถันเรื่องความถูกต้องของสี
เช่น โรงงานเหล็ก เป็นต้น
ข)
งานที่เหมาะใช้กับหลอดประเภทนี้ได้แก่
โรงงานที่ไม่มีปัญหาเรื่องความถูกต้องของสี ไฟส่องบริเวณที่ไม่ใช่ย่านธุรกิจ ไฟถนน
ไฟสวนสาธารณะ
ค)
หลอดโซเดียมความดันไอสูงบางประเภทได้มีการพัฒนาให้มีค่าความถูกต้องของสีสูงและเหมาะใช้กับงานได้กว้างขวางขึ้น
แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาคุณสมบัติของหลอดเป็นประเภทไป
ง)
ประสิทธิผลของหลอดประเภทนี้สูงที่สุดในตระกูลหลอดปล่อยประจุความดันไอสูง
จ)
หลอดประเภทนี้ให้สีเหมาะสำหรับงานทางด้านความปลอดภัย
เพราะตามีความไวต่อการมองเห็นที่โทนสีเหลือง
2.4.3 หลอดเมทัลฮาไลด์
ก)
ใช้กับงานที่ต้องการความถูกต้องสีมาก
เช่น งานพิมพ์สี งานส่องสนามกีฬา และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
ข)
ระวังการใช้หลอดขนาดวัตต์ต่างกันในพื้นที่เดียวกันเนื่องจากสีอาจมีความแตกต่างกัน
-
กรณีเพดานไม่สูงกว่า
5
เมตรควรใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์
-
กรณีเพดานอยู่ระหว่าง
4-7
เมตรควรใช้หลอดหลอดปล่อยประจุความดันไอสูงแต่โคมเป็นชนิดโลเบย์
-
กรณีเพดานสูงกว่า 6
เมตรควรใช้หลอดหลอดปล่อยประจุความดันไอสูงแต่โคมเป็นชนิดไฮเบย์